แน่นอนว่าในเกมสำคัญวันพรุ่งนี้ที่เป็นการชิงแชมป์กันระหว่าง เชลซี กับทางด้านของปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะลงฟาดแข้งกันในเกมนัดชิงชนะเลิศศึกเอฟ เอ คัพ ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมเวลา 23.15 น แน่นอนว่านัดนี้สนุกแน่นอน ซึ่งกว่าที่เชลซีจะมาถึงเกมนัดชิงนี้ได้เป็นมาอย่างไรลองมาย้อนดูกันหน่อยดีกว่า

                การเริ่มต้นของ เชลซี ในศึก เอฟ เอ คัพ นั้นเป็นการพบกับนอริช ซิตี้ ทีมที่มาจากแชมเปี้ยนชิฟ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าการพบกันระหว่างเชลซีกับทางด้านของ นอริช นั้นเชลซีอาจจะกุมความได้เปรียบอยู่มาก แต่ทว่ากลับไม่เป็นไปตามที่ทุกคนคาดกันเมื่อนอริชสามารถเล่นได้อย่างรัดกุมจนทำให้เกือบที่จะพลิกชนะเชลซีได้เลยทีเดียว แต่ทว่าก็จบไปด้วยการเสมอกัน 0-0 ทำให้ต้องมาเล่นนัดรีเพลย์ กันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

                ซึ่งในเกมที่มาเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์นั้นเชลซีกำลังที่จะได้ผ่านเข้ารอบสี่อยู่แล้ว เนื่องจาก มิตซี่ บาตรชูอายี่ ได้ทำประตูให้เชลซีออกนำในช่วงครึ่งเวลาหลัง แต่แล้วก็ต้องมาโดนเบรกด้วยลูกโขกของนอริชทำให้จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ส่งผลให้จะต้องต่อเวลาเพื่อหาผู้แพ้ชนะต่อไป ช่วงต่อเวลาก็ดูเหมือนว่า สิงห์บลู จะดูย่ำแย่ลงเป็นอย่างมากเพราะเนื่องจากทั้ง บาโร่ โมราต้า และ เปโดร โรดริเกซ ทั้งคู่โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามทั้งคู่ทำให้งานนี้ถือเป็นงานหนักเป็นอย่างมากและจบลงด้วยการดวนจุดโทษ ซึ่ง วิลลี่ กาบาเยโร่ ถือว่าเป็นฮีโร่ในเกมนี้ที่ช่วยพาเชลซีเข้าสู่รอบต่อไปเลยก็ว่าได้เพราะออกแรงเซฟได้ดีเยี่ยมส่งผลให้ในการดวนจุดโทษเชลซีเอาชนะมาได้ด้วยผล 5-3 ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบสี่ได้เป็นที่สำเร็จ ซึ่งในเกมนัดแรกนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเกมที่ดูเหมือนจะหืดขึ้นคอที่สุดแล้วสำหรับสิงห์บลู

 

สรุปเส้นทางกว่าที่เชลซีจะเข้ามารอบชิงได้ก็ต้องเจอกับ

  • รอบสาม ชนะ นอริช ซิตี้ (5-3)
  • รอบสี่ ชนะ นิวคาสเซิ่ล (3-0)
  • รอบห้า ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ (4-0)
  • รอบ 8 ทีม ชนะ เลสเตอร์ซิตี้ (2-1)
  • รอบรองชนะเลิศ ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน (2-0)

 

ทำให้ในเกมวันพรุ่งนี้นั้นเป็นที่จับตามองจากหลายฝ่ายแน่นอนว่าจะเป็นอย่างไรเชลซีจะสามารถคว้าถ้วย เอฟ เอ คัพ ไปครองได้หรือไม่หรือจะเป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ทำให้เชลซีต้องกับสแตมฟอร์ด บริดจ์ มือเปล่าต้องติดตามกันให้ดีพรุ่งนี้รู้ผลเวลา 23.15 น.ตามเวลาในบ้านเรา